สารก่อภูมิแพ้นอกบ้าน ตัวการปัญหาสุขภาพ ที่คุณหลีกเลี่ยงได้ - คลาร

สารก่อภูมิแพ้ในที่โล่งแจ้ง (outdoor allergen)

มาทำความรู้จักกับสารก่อภูมิแพ้ในที่โล่งแจ้ง หรือ outdoor allergen เพิ่มเติมว่า ชนิดใดที่พบบ่อยๆ และมักพบในช่วงเวลาใดของปี
เพื่อให้คุณวางแผนรับมือและหลีกเลี่ยงได้อย่างเหมาะสม  

สารก่อภูมิแพ้ในที่โล่งแจ้งพบได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วๆ ไป เช่น ละอองในอากาศ บนพื้นดิน ต้นหญ้า และบริเวณอื่นๆ ซึ่งมีปริมาณที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สารก่อภูมิแพ้ตามฤดูกาล (seasonal allergen) ที่พบบ่อย ได้แก่ สปอร์ของเชื้อรา สปอร์ของพืช ละอองหญ้า ละอองเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่หรือในแต่ละวัน ยังส่งผลต่อปริมาณของสปอร์และละอองต่างๆ มาทำความรู้จักกับสารก่อภูมิแพ้ในที่โล่งแจ้งเพิ่มเติมและรับทราบแนวทางง่ายๆในการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยๆ ดังนี้

สารก่อภูมิแพ้กลุ่มละอองเกสรดอกไม้ (pollen allergens)

หนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ตามฤดูกาลที่พบบ่อยที่สุด คือ ละอองเกสรดอกไม้ พวกมันมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และแห้ง จึงสามารถลอยไปมาตามกระแสลมได้ ปริมาณของละอองเกสรดอกไม้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล บางชนิดออกดอกและกระจายเกสรตั้งแต่ฤดูร้อน นอกจากนี้ละอองเกสรยังมีปริมาณแตกต่างกันในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ความแรงของลม จากการศึกษาพบว่า ฤดูฝนที่มีฝนตกหนักและสภาพอากาศชื้นทำให้เหล่าละอองเกสรดอกไม้มีการปลดปล่อยสารก่อภูมิแพ้ออกมามากที่สุด ในขณะที่การกระจายของละอองเกสรจะมากที่สุดในช่วงฤดูที่มีอากาศแห้งและลมพัดแรง นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้จึงมักมีอาการกำเริบในช่วงฤดูที่มีอากาศแห้ง ลมพัดแรง รวมถึงหลายท่านที่อากาศกำเริบแทบจะทุกครั้งก่อนฝนตก และเมื่อหมดฤดูดังกล่าวนี้ อาการของโรคภูมิแพ้ก็จะบรรเทาลงจนอาจหายไปได้เอง และวนกลับมากำเริบอีกครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปีถัดไป 

ประเทศไทยอยู่ในเขตอากาศแบบร้อนชื้น มีเพียง 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว รูปแบบการกระจายของละอองเกสรดอกไม้จึงแตกต่างจากกลุ่มประเทศในเขตอากาศอบอุ่นที่มี 4 ฤดู จากการศึกษาพบว่า มีการกระจายของละอองเกสรดอกไม้และละอองหญ้าในปริมาณมากตลอดทั้งปี แต่จะพบปริมาณละอองมากที่สุดในเดือนกันยายน ชนิดของละอองที่พบมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ 

  • ละอองหญ้า ชนิดที่พบบ่อยได้แก่ หญ้าแพรก หญ้า burmuda 
  • ละอองของพืชวงศ์กก 
  • ละอองเกสรของพืชวงศ์ผักโขม 
  • สปอร์ของเฟิร์น 

เคล็ด (ไม่) ลับสำหรับผู้แพ้เพื่อเอาชนะสารก่อภูมิแพ้กลุ่มละอองเกสรและสปอร์ของพืช

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งในช่วงเวลาที่มีการกระจายของละอองเกสรและสปอร์ปริมาณมาก
  • ควรแต่งกายมิดชิด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากหรือผ้าปิดจมูกหากต้องทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง
  • ควรทำความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้าทันทีหลังกลับเข้าที่พักอาศัยเพื่อลดปริมาณและการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น อาบน้ำ สระผม เช็ดทำความสะอาดรองเท้าหรือพื้นผิวอื่นๆ เป็นต้น 
  • ลดการสัมผัสกับอากาศภายนอก เช่น ปิดหน้าต่างและประตูให้สนิท เปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเปิดเครื่องฟอกอากาศ (ถ้ามี) ปิดกระจกเสมอในขณะขับรถ รวมถึงตั้งระบบอากาศภายในเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศเข้ามาสู่อากาศภายในตัวรถ
  • หลีกเลี่ยงการปลูกพืชหรือหญ้าที่มักเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ เช่น หญ้าแพรก พืชวงศ์กก หรือพืชชนิดอื่นที่เป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้ของท่าน

สารก่อภูมิแพ้กลุ่มละอองเชื้อรา (mold allergens)

เมื่อพูดถึง เชื้อรา หลายท่านอาจนึกถึงเชื้อราที่อยู่พื้นผิวและส่วนต่างๆภายในบ้าน แท้จริงแล้ว สปอร์ของเชื้อรานั้นล่องลอยไปมาตามกระแสลมเช่นเดียวกับละอองเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ยังพบสปอร์ของเชื้อราตามพื้นผิวอื่นๆ เช่น บนพื้นดิน ต้นพืช ไม้ที่ผุพัง หรือแม้แต่ใบไม้แห้ง ดังนั้น สปอร์ของเชื้อราจึงเป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ในที่โล่งแจ้งที่สำคัญ และมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลยที่มีอาการภูมิแพ้กำเริบได้จากสปอร์ของเชื้อราเหล่านี้

เชื้อรานั้นเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ดังนั้น ในประเทศไทยซึ่งมีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นจึงพบปริมาณของสปอร์เชื้อราได้ค่อนข้างสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะปลายฤดูร้อนจนถึงฤดูฝน ผู้ที่ไวต่อสปอร์ของเชื้อราจึงมีโอกาสเกิดอาการภูมิแพ้กำเริบในช่วงเวลาดังกล่าวได้มากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ

เคล็ด (ไม่) ลับสำหรับผู้แพ้เพื่อเอาชนะสารก่อภูมิแพ้กลุ่มสปอร์เชื้อรา

หลักการคล้ายกันกับการหลีกเลี่ยงละอองเกสรดอกไม้ กล่าวคือ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสทุกครั้งหลังกลับจากพื้นที่โล่งแจ้ง เช่น อาบน้ำ สระผมทันที ทำความสะอาดรองเท้า และอุปกรณ์อื่นๆที่อาจสัมผัสกับเชื้อราในอากาศก่อนนำเข้าที่พักอาศัย กำจัดใบไม้แห้งเนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา หากมีกิจกรรมในสวน
ควรสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย (ถ้ามี) เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ