ยาแก้แพ้- คลาริทิน®
open book wreathed in flowers

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

เอกสารกำกับยาสำหรับประชาชน

ลอราทาดีน 10 มิลลิกรัม ชนิดเม็ด คลาริทิน® (Clarityne®)

1. ยานี้คือยาอะไร

1.1 ยานี้มีชื่อสามัญว่าอะไร

• ลอราทาดีน (loratadine) จัดอยู่ในกลุ่มยาแก้แพ้ ที่ออกฤทธิ์นาน และอยู่ในกลุ่มไม่ทำให้ง่วง แต่ในบางรายอาจทำให้ง่วง

1.2 ยานี้ใช้เพื่ออะไร

• ใช้บรรเทาอาการแพ้ของระบบทางเดินหายใจ เช่น จาม น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา แสบตา เนื่องจากโรคภูมิแพ้

•ยานี้ยังใช้สำหรับบรรเทาอาการของลมพิษเรื้อรังและอาการแพ้ทางผิวหนังอื่นๆ

 

2. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา

2.1 ห้ามใช้ยานี้เมื่อไร

•เคยแพ้ลอราทาดีน

• เคยแพ้เดสลอราทาดีน (desloratadine) หรือ

• เคยแพ้ส่วนประกอบอื่นๆ ในยานี้

2.2 ข้อควรระวังเมื่อใช้ยานี้

• โรคตับ โรคไต และโรคหัวใจ

• สตรีมีครรภ์ระยะสามเดือนแรก

• สตรีให้นมบุตร เพราะยาถูกขับออกทางน้ำนมได้

• ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาหรือกลุ่มยาดังต่อไปนี้ เช่น

- ยาต้านจุลชีพบางชนิด

- ยาต้านเชื้อราบางชนิด

- ยาต้านไวรัสเอดส์บางชนิด

- ยารักษาภาวะซึมเศร้าบางชนิด

- ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล

- ยาแก้แพ้ตัวอื่น

- ยาลดความดันโลหิตบางชนิด

- ยาควินิดีน (quinidine)

- ยาลดกรดไซเมทิดีน (cimetidine)

หมายเหตุ – ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาสั่งใช้ยานี้ได้หากมีเหตุผลทางการแพทย์

 

3.วิธีใช้ยา

3.1 ขนาดและวิธีใช้

ผู้ใหญ่และเด็กอายุเกิน 12 ปี กิน 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง

3.2 หากลืมกินยาควรทำอย่างไร

กินยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลาของมื้อต่อไป ให้รอกินยาของมื้อต่อไป และไม่ควรกินยาเพิ่มเอง

3.3 ถ้ากินยานี้เกินขนาดที่แนะนำ ควรทำอย่างไร

หากได้รับยาเกินขนาด อาจมีอาการง่วงนอน หัวใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ ให้สังเกตอาการอย่าง ใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติที่รุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์หรือนำส่งโรงพยาบาลทันที

 

4.ข้อควรปฏิบัติระหว่างการใช้ยา

ยานี้ไม่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมในขนาดยาที่ แนะนำให้ใช้ อย่างไรก็ตาม ยานี้ทำให้ง่วงได้ บ้างในผู้ใช้ยาบางราย ผู้ที่ขับขี่ยานยนต์ หรือ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือ ทำงานที่ เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง ควรทดสอบก่อน ว่ากินยานี้แล้วไม่ง่วง และไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับ การดื่มแอลกอฮอล์

• ถ้าต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ ควรแจ้งให้แพทย์ ทราบว่าท่านกำลังใช้ยานี้อยู่ ท่านควรหยุดยานี้ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนทำการทดสอบ

• ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับ ยาซิสซาไพรด์ (cisapride)

• หากกินยานี้ต่อเนื่องกันเกิน 14 วัน ควรปรึกษา แพทย์หรือเภสัชกร เอกสารนี้เป็นข้อมูลโดยย่อ หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกร

 

5.อันตรายที่อาจเกิดจากยา

5.1 อาการที่ต้องหยุดยา แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที เช่น

บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลมพิษ

หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก

ผื่นแดง ตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง รอยฟกช้ำ หรือเลือดออกผิดปกติ

• เหนื่อยหรืออ่อนเพลียรุนแรง

• ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดปกติ

• ชัก

5.2 อาการที่ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อย่างรุนแรงให้ไปพบแพทย์ทันที เช่น

•ง่วงซึม

•ปากแห้ง

•ปวดศีรษะ

•เวียนศีรษะ

•กระวนกระวาย

•คลื่นไส้

•กระเพาะอาหารอักเสบ

•ผมร่วง

 

6.ควรเก็บยานี้อย่างไร

แกะยาออกจากแผงเมื่อจะกินในแต่ละครั้งเท่านั้น

• เก็บยาในที่แห้ง อย่าให้โดนแสงโดยตรง โดยทั่วไปควรเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส รวมทั้งไม่นำไปแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็ง ไม่เก็บยาในที่ร้อนและชื้น เช่น ในรถ ห้องน้ำ หรือห้องครัว

• เก็บยาให้พ้นสายตาและมือเด็ก

• เก็บยาไว้ในกล่องหรือแผง ตามที่ได้รับมา

ผู้ผลิต บริษัท เมอร์ค ชาร์ป โดม ฟาร์มา จำกัดประเทศอินโดนีเซีย

ผู้นำเข้า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กรุงเทพฯโทร.02-232-7000

ผู้แทนจำหน่าย บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด

เอกสารนี้ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ กุมภาพันธ์ 2562

เอกสารนี้เป็นข้อมูลโดยย่อ หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร